แชร์เรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับการศึกษาแนว Waldorf

Waldorf for Early Childhood

โดยครู Jill Tina Taplin (เทอม 1 ปี 2565), ครู Kathy McFarlane (เทอม 2 ปี 2566)
แปลได้อย่างประทับใจโดย ครูเอ รวิมาศ ปรมศิริ

เนื้อหาจากโปรแกรมอบรมปฐมวัยวอลดอร์ฟ (Waldorf for Early Childhood Course)

พวกเราจับประเด็นที่น่าสนใจมาให้เข้าใจง่าย ในระยะเวลาสั้นๆ พร้อมวิธีที่สามารถนำไปปฏิบัติได้เลยค่ะ
(พวกเราเขียนเนื้อหาตามความเข้าใจของผู้เขียน ตรวจทานกันเองในทีม ครูและผู้แปลไม่ได้ตรวจทานให้นะ)

How would you change yourself ?

ครูบอกว่า ถ้าเราอยากซัพพอร์ตเด็กให้ได้ดี เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

แบบฝึกหัดสำหรับพัฒนาตัวเอง

6 Exercises

แบบฝึกหัดสำหรับพัฒนาตัวเอง 6 อย่าง
โฟกัสเดือนละอย่าง

Waldorf rainbow background

8 Exercises

แบบฝึกหัดสำหรับพัฒนาตัวเอง 8 อย่าง ทำวันละอย่าง
เพื่อส่งเสริมการคิดให้ชัด พูดให้กระจ่าง

เปลี่ยนแปลงตัวเอง

  • Creating Time & Space to do Self Reflection.
    การที่เราจะออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กได้ เราจำเป็นต้องสะท้อนย้อนมองตัวเอง (Self Reflection)

    ซึ่งเราต้องจัดสรรเวลาและพื้นที่ภายในตัวเราที่สงบเงียบเพื่อสะท้อนตัวเองได้
  • มองเห็นและรับรู้การมีอยู่ของเด็กแต่ละคน
    เด็กๆ เมื่อเขาชื่นชอบที่จะเรียนกับครูคนไหน นั่นเป็นเพราะครูมองเห็น และรับรู้ถึงการมีอยู่ของเด็กคนนั้นในห้องเรียน

Support Children

Free Play

การเล่นอิสระ คือ การปล่อยให้เด็กเล่นด้วยตัวเอง
เป็นช่วงที่เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากที่สุด

ประโยชน์ของการเล่นที่เด็กริเริ่มเอง จะไปปรากฏชัดยิ่งขึ้นเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่
การมีอิสระในการเล่น มีความเชื่อมโยงกับการมีอิสระทางความคิดในช่วงวัยต่อมา การเล่นอิสระยังทำให้เด็กมีความสามารถกำหนดอนาคตและค้นพบที่ทางของตนเองบนโลก
  • 🌵🍂 สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการเล่นอิสระ 🪵🪨
    🌵🍂 สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการเล่นอิสระ คือ ปลอดภัยโดยมีความเสี่ยงที่พอเหมาะ ให้เด็กได้ทดลอง เรียนรู้อะไรด้วยตัวเอง 🪵🪨

    สำหรับเด็กแล้ว คือ สภาพแวดล้อมที่เด็กจะไว้วางใจในการเล่นได้นั่นเอง
  • ของเล่นจากธรรมชาติ เสริมจินตนาการให้เด็ก 🪵🍃
    ของเล่นจากธรรมชาติรอบตัว เป็นรูปทรงที่เปิดโอกาสให้เด็กได้มีจินตนาการ

    ถ้าเราให้ท่อนไม้กับเด็ก ท่อนไม้นั้นจะกลายเป็นอะไรก็ได้ตามที่เขาคิด เป็นรถก็ได้​ เป็นเรือก็ได้​ เป็นเครื่องบินก็ได้

    หากเราให้ของเล่นสำเร็จรูป​ เช่น​ รถยนต์เด็กเล่น​ มันจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้ว​ นอกจากรถยนต์​
  • การเล่นเป็นงานของเด็ก
    “การเล่นเป็นงานของเด็ก” ในการส่งเสริมความเป็นอิสระของการเป็นเด็ก

    ให้เวลากับงานสำคัญของวัยเด็ก ซึ่งก็คือการเล่น
  • สมาธิ กับ การเล่น
    เด็กที่เล่นในสภาพที่ดิ่งลึกแบบนี้เปรียบเสมือนกับผู้ใหญ่ที่กำลังทำสมาธิ

    การเปรียบเทียบการเล่นกับการทำสมาธิทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของการเล่นที่ลึกซึ้ง เราต่างทราบดีถึงประโยชน์ของการฝึกสมาธิภาวนา ซึ่งช่วยลดระดับความเครียด และมีสุขภาพจิตที่ดี

    Read more…
  • การเล่นด้วยตัวเองมีประโยชน์ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และความคิด
    อีกทั้งช่วยให้เด็กเข้าใจโลกรอบตัว กระตุ้นการทดลอง และช่วยในการจัดการกับความยากลำบาก
  • การเล่นที่เด็กสร้างเอง ดีอย่างไร
    การเล่นที่เด็กสร้างเองนี้ ส่งเสริมการพัฒนาวัยเด็กให้สมบูรณ์

    เด็กเรียนรู้การรอในคิว การต่อรอง แก้ไขความขัดแย้ง และการแบ่งปัน พวกเขาพัฒนาความเห็นอกเห็นใจ และความสามารถในการฟัง

    Read more…
  • อิสระในการเล่น เชื่อมโยงกับอิสระทางความคิด
    การเล่นอิสระ เป็นการเล่นที่มีคุณค่าต่อจิตใจและจิตวิญญาณ รวมถึงช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่สมบูรณ์ในวัยเด็ก

    โดยเฉพาะการมีอิสระในการเล่น เชื่อมโยงกับการมีอิสระทางความคิดในช่วงวัยต่อมา การเล่นอิสระยังทำให้เด็กมีความสามารถกำหนดอนาคตและค้นพบที่ทางของตนเองบนโลกด้วย

    Read more…
  • สังเกตเด็ก มากกว่าเป็นผู้ชี้นำ
    รอดูชั่วครู่ก่อนที่จะเข้าไปแทรกแซงก็อาจจะเกิดการทดลองที่น่าสนใจ อาจทำให้การเล่นเคลื่อนไปสู่สถานการณ์ที่แตกต่างออกไป หรือได้เห็นว่าลูกพยายามเอาตัวรอดด้วยตนเองอย่างไร

    Read more…
  • เมื่อมีเด็กที่ผลักเพื่อนบ่อย จะทำอย่างไร
    เด็กอาจขาดทักษะสังคมในการเล่นนี้ เมื่อเขาอยากมีส่วนร่วมอาจใช้การผลัก

    เราแค่เข้าช่วยเหลือการเล่นในทิศทางบวกได้ เช่น “เธอมีมือที่ใหญ่มากเลย เราต้องการมือที่ใหญ่นี้มาช่วยสิ่งนี้”

    Read more…
  • เล่นๆ อยู่ แล้วเด็กทะเลาะกัน จะทำอย่างไร
    บางทีอาจมีทะเลาะกัน ครูก็อาจหันเข้าหากำแพง แล้วพูดกับกำแพงว่า “ในอนุบาลเราดูแลกันและกัน” หรือบางทีก็อาจพูดว่า “รู้ไหมในบางประเทศก็มีกษัตริย์สองพระองค์”
  • ไม่ทำลายจินตนาการของเด็กระหว่างเล่น
    ในช่วง 2.5-5 ปี การเล่นของเด็กเหมือนอยู่ในฟองสบู่อันงดงาม อาจมีบ้างที่เราต้องเข้าไปแทรกแซงที่อาจเกิดอันตราย แต่เราก็ต้องมั่นใจว่าจะไม่ไปทำลายจินตนาการอันสวยงามนั้น

    เช่น ครูเห็นเด็กวิ่งวนไปมาอยู่นาน ครูอาจจะไปยืนและบอกว่า ถนนนี้ปิดแล้ว เด็กก็จะมีพัฒนาการเล่นหนีเส้นทางนั้นได้

    แค่หยอดไอเดียใหม่เข้าไป เด็กอาจเล่นต่อตามที่เราเสนอ หรือเล่นอย่างอื่นไปเลย เหมือนเราแค่แตะเบาๆ ที่ลูกโป่งนั้น ไม่ได้ไปควบคุม

    Read more…
  • เด็ก 2.5-5 ขวบ ชอบสร้างบ้าน ชอบกลิ้ง ชอบสร้างเพลา
    ในอนุบาลก็จะต้องมีอะไรสำหรับเล่นการสร้าง

    เด็กๆ จะเรียนรู้สร้างบ้านที่จะไม่ล้มลงมา (Constructing things) เด็กๆ วัยนี้ก็จะเอาจริงเอาจังกับการต่อ กลิ้งสิ่งของ ฝึกใช้เพลา เด็กๆ ก็จะพยายามอย่างมากในการสร้างล้อ เพลา…

    Read more…
  • ของเล่นในวอลดอร์ฟ เป็นวัสดุธรรมชาติ เพราะ..
    ส่วนเด่นสำคัญของของเล่นในวอลดอร์ฟ คือ เป็นวัสดุธรรมชาติ เพราะว่าเด็กจะได้เรียนรู้ธรรมชาติและคุณลักษณะของวัสดุ

    เช่น เก้าอี้ไม้ มีความหนัก เป็นการสอนคุณสมบัติของสิ่งต่างๆ โดยที่เด็กไม่รู้ตัว

    Read more…
  • เด็ก 2.5-5 ปี เล่นของเล่นที่เรียบง่าย ให้จินตนาการเบ่งบาน
    เด็ก 2.5-5 ปี เป็นช่วงเวลาที่เด็กควรได้ของเล่นที่เรียบง่าย

    เด็กจะเริ่มเล่นแบบมีจินตนาการมากขึ้น มองเห็นไม้ก็เอามาเป็นโทรศัพท์ได้ มองเห็นสิ่งหนึ่งให้เป็นสิ่งอื่นๆ ได้ ซึ่งก่อน 2.5 ปีจะยังทำไม่ได้

    Read more…
  • การเล่นอิสระ คือ การเล่นที่เด็กกำหนดเองจากจินตนาการ
    🌺การเล่นอิสระที่แท้จริง🌺 ต้องเป็นการเล่นที่เด็กกำหนดขึ้น จากจินตนาการ และเป็นอิสระจากทุกสิ่ง

    👵กิจกรรมที่มีผู้ใหญ่ชี้นำ หรือผลักดันให้เกิดการเล่นขึ้นนั้น มิใช่การเล่นอิสระ

    🧚‍♀️การเล่นจึงเป็นการเรียนรู้ เป็นการฝึกฝน ให้เกิดความเข้าใจ ให้เกิดเป็นทักษะหลากหลายด้าน เป็นการเรียนรู้ด้วยความเบิกบาน ไม่รู้เบื่อ…….🧚‍♀️

    Read more…
  • เล่นอิสระคืออะไร ?
    เล่นอิสระ จึงเป็นช่วงที่เด็กได้ลงเอาเนื้อตัวไปเล่นด้วยแรงขับเคลื่อนข้างในของตัวเขา กับสิ่งรอบตัว ผู้คน ธรรมชาติ หรือสิ่งของที่มี ..ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

    เราผู้ดูแลเพียงแต่สังเกตอยู่รอบนอก และเราจึงสามารถสังเกตเขาผ่านการเล่นแบบนี้ ว่าเด็กเขามีปัจเจกอย่างไรด้วยการก้าวพ้นจากการตัดสิน
  • มีลูกคนเดียว ให้เล่นอย่างไร
    เป็นเรื่องยากกว่ามากที่มีเด็กแค่คนเดียว เพราะเด็กจะอยากให้เราเล่นด้วย ..สิ่งที่จะช่วยได้ คือ ให้ตัวเองมีงานเข้าไว้ เด็กก็จะเห็นว่าเรายุ่งอยู่ เด็กก็จะไปเล่น
  • Facilitate Free Play
    สังเกต + Intervene only when neccessary

    บางเวลาครูและผู้ปกครองต้องช่วยนำเด็กเล่น เพราะไม่ใช่ว่าการเล่นทุกอย่างจะดี แต่เราจะเข้าไปช่วยเหลือการเล่นเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น เมื่อเราเห็นการเล่นหยุดชะงัก
  • วางใจใน Free Play
    สำหรับ Free Play เราจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเล่นอิสระ และวางใจว่าพวกเขาจะเล่นด้วยตัวเองได้
  • Free Play ช่วยให้เด็กมีชีวิตอยู่ได้ด้วยดี
    ทักษะทั้งหลายที่เราอยากให้ลูกหรือเด็กๆ มีในการดำรงอยู่ในอนาคต เด็กๆ สามารถเรียนรู้ทักษะเหล่านั้นทั้งหมดได้จาก Free Play (การเล่นอิสระ)

    Adaptable • Overcome Sympathetic + Antipathy • Resilience • Inner Security

    Read more…
  • Free play, for children, is the most learning.
    การเล่นอิสระ ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากที่สุด

12 Senses

เป็นพัฒนาการการเติบโตในทางการแพทย์มนุษยปรัชญา กระบวนการสร้างประสบการณ์ผ่านสัมผัสของเด็ก

อ่านเพิ่มได้ที่บทความนี้

โน้ตสั้นๆ

  • เมื่อเราไม่มีเวลาเล่นด้วย จะทำอย่างไร
    เวลาที่เราไม่มีเวลาเล่นด้วย เราอาจใช้ความสร้างสรรค์ของเรา หรือ creative play ให้เป็นสถานการณ์ที่เราทำงานไปได้ และมี interaction กับเด็กไปด้วย
  • เมื่อเล่านิทานแล้วเด็กไม่ค่อยสนใจ จะทำอย่างไร
    ตอนเราเล่านิทานเมื่อมีเด็กไม่สนใจ เราต้องใส่สีสัน ความชัดเจนของรายละเอียดนิทาน จินตนาการจะช่วยดึงให้เด็กสนใจได้
  • เมื่อเด็กทำผิดพลาด จะทำอย่างไร
    เวลาที่เด็กทำผิดพลาด ไม่ได้สำคัญว่าใครทำผิด แต่ให้ focus ไปที่ว่าแล้วเราจะยังไงต่อ
  • ไม่ต้องถามว่า รู้สึกอย่างไร ..แค่สังเกตเราก็จะรู้
    ถ้าเราสังเกตเด็ก เราจะรู้อยู่แล้วว่าเด็กรู้สึกยังไงผ่านการมองเห็นท่าทาง  การแสดงออก

    การที่พ่อแม่ไปถามจะยิ่งทำให้เด็ก preoccupy with yourself เราจะหลีกเลี่ยงการ push เด็กแบบนั้น
  • เวลาร้องเพลงเด็ก ต้องร้องโทนสูงไหม
    ช่วง 7 ปีแรก เด็กกำลังสร้างอวัยวะทั้งหมด กล่องเสียงของเด็กก็จะเสียหายได้ง่าย ยังบอบบาง pitch ที่เหมาะสมสำหรับเด็กจึงอยู่ประมาณเสียงสูง

    แต่เสียงของผู้ใหญ่จะอยู่ประมาณเสียง A (ลา) เนื่องจากเด็กๆ จะเลียนแบบเรา ถ้าเราร้องระดับเสียงที่ไม่เหมาะกับเสียงเด็ก เสียงต่ำไปก็จะไปทำลายกล่องเสียงของเด็กๆ ได้
  • พูดแต่ภาษาอังกฤษกับลูก ไม่พูดไทยเลย จะดีไหม
    เมื่อเด็กถูกห้ามไม่ให้พูดภาษาแม่ เด็กอาจจะพอเข้าใจได้ว่า ถ้าในชั่วโมงภาษาอังกฤษ ต้องพูดเฉพาะภาษาอังกฤษ

    การทำให้เด็กรู้สึกว่าภาษาไทยเป็นภาษาชั้นสองเป็นสิ่งที่ไม่ควร แน่นอนว่าภาษาอังกฤษมีประโยขน์ แต่การลดค่าภาษาของตัวเราเองเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม
  • เด็กเริ่มค้นพบตัวเอง เมื่อเด็กเริ่มพูด “I”
    การพูดว่า “ฉัน” แปลว่าเด็กเกิดการตระหนักรู้ในตัวเองแล้ว ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เลียนแบบได้ เป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหวมากสำหรับเด็ก

    แต่ไม่ต้องประคบประหงมกับความเป็น “I”

    อยากกินอะไร จะเอาอันไหน จะทำให้กลายเป็นเด็กช่างเลือก เราใส่ใจ เรารับรู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่ไม่ต้องไปเน้น

    Read more ..
  • พ่อแม่ต้องพูดภาษาแม่ของตัวเอง
    สำคัญมากที่เด็กน้อยกว่า 3 ปี พ่อแม่จะต้องพูดภาษาแม่ของตัวเอง

    เป็นเรื่องที่สำคัญต่อจิตวิญญาณด้วย เป็นสัมผัสทางใจในการเป็นคนชนชาตินั้นๆ ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงภายในอย่างมาก เป็นภาษาที่ติดตัวเรา

    ถ้าตอนเด็กๆ พ่อแม่ใช้ภาษาที่ตัวเองไม่ได้พูดได้อย่างคล่องมากๆ โตขึ้นมาเด็กจะมีแนวโน้มว่า อยู่ที่ไหนก็รู้สึกว่าไม่ใช่บ้านของตัวเอง
  • เวลาที่เด็กถาม เราต้องตอบทุกครั้งไหม
    เด็กเล็กๆ ที่เค้ามาถามคำถาม แต่บางทีเค้าไม่ได้ต้องการคำตอบ เค้าแค่เพียงต้องการสร้างความสัมพันธ์กับเรา

    เวลาที่เด็กกลับจากอนุบาล สิ่งที่พ่อแม่ทำได้คือหาอะไรให้เค้ากิน พาไปเดิน การไปเดินเป็นจังหวะแบบแผน การเดินเคียงข้างไปด้วยกันเป็นจังหวะที่ดีที่จะสนทนา เด็กอาจจะเริ่มเล่าออกมาเอง
  • เราจะไม่เล่นเกมความจำ จนกว่าเด็กจะอายุ 6-7 ปี
    จนกว่าเด็กจะอายุ 6-7 ปี เราจะไม่เล่นเกมความจำ แน่นอนว่าเด็กๆ จำได้ว่าต้องทำอะไร แต่เราจะไม่ไปถาม ปล่อยให้เด็กเติบโตอย่างอิสระด้วยเจตจำนงของเค้า

    Read more…
  • เมื่อเด็กได้เคลื่อนไหวอิสระ คือ เด็กกำลังมีพัฒนาการ
    เมื่อเราให้เด็กได้เคลื่อนไหวอิสระ คือเราส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง

    หลานชายครูคนโตขาดโอกาสพัฒนามาก เพราะมีคนคอยมาช่วยประคองตลอด ในขณะที่หลานสาวอีกคนมีโอกาสเยอะ คลานได้เร็ว ช่วยเหลือตัวเองได้เร็ว

    Read more…
  • ศิลปะและดนตรี ช่วยเยียวยา
    เราต้องย้อนกลับมาดูว่า ‘แล้วการศึกษาของเราได้ช่วงชิงวันเวลาที่จิตวิญญาณของเราจะตื่นรู้ เพื่อที่จะรับรู้ความจริง ความงาม ความดี ไปจนหมดเลยหรือเปล่า’

    ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่ของศิลปะ ดนตรี ที่จะมาช่วยเยียวยาผู้คนให้กลับไปเห็นความจริง ความดี และความงามอีกครั้ง

    Read more…
  • เลี้ยงเด็กอย่างไรถึงจะดีกับเขาที่สุด
    : ให้เด็กได้เล่น
    การเรียนเร็วเกินกว่าช่วงวัย ที่เราถือว่าประสบความสำเร็จ แต่เป็นเพียงความสำเร็จทางโลก

    ในวัยเด็ก เด็กต้องการ ‘เล่น’ มากที่สุด เพราะเขาต้องการเห็นโลกที่ดี โลกที่งาม และโลกที่จริง แล้วเขาจะโตขึ้นด้วยสุขภาพจิตใจที่ดี

    ห่างไกลจากการเจ็บป่วยทางจิตใจ จิตวิญญาณ ซึมเศร้า หมดอาลัย ท้อแท้ และนำไปสู่ปรากฏการณ์ที่ว่า ฉันไม่อยากอยู่แล้ว

    Read more…
  • เลี้ยงเด็กอย่างไรถึงจะดีกับเขาที่สุด
    : เด็กมีความสุขได้อย่างไร
    คนคนหนึ่งจะมีความสุขได้ ต้องมีความยืดหยุ่นและมีพัฒนาการที่เรียกว่า ‘ฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานของชีวิต’
  • เลี้ยงเด็กอย่างไรถึงจะดีกับเขาที่สุด
    : การศึกษาคืออะไร
    การศึกษาก็คือการให้ปรัชญาหรือมุมมองชีวิตกับเด็กคนหนึ่งตั้งแต่เล็กๆ

    เพื่อวันที่เขาโตขึ้น เขาจะได้อาศัยต้นทุนนี้ในการเข้าสู่สังคม ปรับตัวให้เข้ากับการงานแบบผู้ใหญ่ มีมุมมองต่อโลก มีครอบครัว มีชีวิตส่วนตัว และท้ายที่สุด จะได้กลายเป็นคนที่สมดุลและมีความสุข
  • เด็กเรียนรู้จากการทำตาม และเป็นฟองน้ำดูดซับสิ่งรอบตัว
    พัฒนาการของเด็กเปรียบได้กับฟองน้ำที่ดูดซับจากสิ่งรอบตัวของเขาจากภายนอก

    ทั้งจากที่เห็นได้ คือ พฤติกรรมที่แสดงออก
    และระดับที่ลึกลงไปคือด้านในจิตใจทั้งตัวตนของคนที่อยู่รอบข้างเขา
  • เลี้ยงเด็กตามธรรมชาติ
    (Natural childhood)
    ธรรมชาติของวัยอนุบาลคือการเล่น เล่นอย่างอิสระ

    การไม่ขัดจังหวะการเล่นของเด็กถือเป็นการเคารพสิทธิให้เด็กได้สร้างจินตภาพได้อย่างเต็มที่

    เข้าใจธรรมชาติการเติบโตของเด็กอย่างเป็นลำดับขั้น ไม่เร่งรัดการอ่านเขียน
  • อนุบาลแบบบ้าน : ทำงานบ้าน งานครัว งานสวน
    พื้นฐานการบ่มเพาะจิตวิญญานดวงหนึ่งเกิดจากกิจกรรมภายในบ้านผ่านการลงมือทำ ‘will’

    ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน งานครัว และงานสวน ล้วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและกิจวัตรของคนเรา
  • ทำกิจกรรม เหมือนทำเล่นๆ
    ถ้าเราสามารถนำให้บรรยากาศในการทำกิจกรรม เหมือนกับเป็นการทำเล่นๆ เด็กจะรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย

    เพียงแต่ครูจะต้องรู้ว่า เราไม่ได้ทำมันเล่นๆ หากร้องเพลง เราจะร้องให้จบเพลง ผิดถูกไม่เป็นไร อารมณ์ขันจะช่วยได้

    อ่านเพิ่ม…
  • พูดให้เห็นภาพ แล้วเด็กจะเข้าใจ
    เด็กๆ จะตอบสนองได้ดีต่อคำพูดที่เห็นภาพ
  • ท่าทีที่เอาใจใส่
    ท่าทีของเราต่อหน้าเด็กๆ ต้องเป็นท่าทีที่เราเอาใจใส่ ดูแลโลก ดูแลคนอื่น ดูแลเด็ก
  • แต่ละกิจกรรม มีจังหวะที่ชัดเจน
    เด็กสุขภาพดีจะเล่น
    A healthy child plays.
  • เด็กไม่ได้เรียนรู้ผ่านการสอน แต่ผ่านประสบการณ์ผัสสะของเขา
    เราใส่อะไรผ่านผัสสะให้เขารับรู้ มันจะฝังในหัว ในตัวตน และจะส่งผลต่อการเป็นเขาในระยะยาว
  • เวลาเด็กไม่เล่น เป็นสัญญาณว่าเด็กป่วย
    เด็กสุขภาพดีจะเล่น
    A healthy child plays.
  • The play is refreshing, not tiring.
    การเล่นทำให้สดชื่น ไม่ได้ทำให้เหนื่อย
  • เด็กๆ ที่อยู่หน้าจอจะใช้ระบบประสาทเพียง 2 ส่วน จาก 12 ส่วน
    เด็กๆที่อยู่หน้าจอจะใช้ระบบประสาทเพียง 2 ส่วน คือ การมองเห็นกับการได้ยิน

    ในขณะที่ช่วงวัยเด็กๆต้องพัฒนาประสาทสัมผัสผัสสะทั้ง 12 ส่วน เด็กปฐมวัยต้องการการเคลื่อนไหว เพื่อให้ระบบร่างกายพัฒนาได้สมบูรณ์ ทั้งการเต้นของหัวใจ การหายใจ ระบบการย่อยอาหาร และการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทของสมองแต่ละส่วน
  • ไม่ต้องถามว่า วันนี้ทำอะไรมา
    ไม่ต้องถามว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง แค่ไปเดินเล่นกัน แล้วเด็กอาจจะค่อยๆ เล่าออกมาเอง

    การถามไปทำลายภาพฝันในหัวของเด็ก ปล่อยให้ภาพนั้นความรู้สึกนั้นซึมซ่านและปรากฎในตัวในใจเด็ก เด็กอยากเล่าเมื่อไรก็จะเล่าเอง
  • ตั้งอนุบาลวอลดอร์ฟ มีหลักอะไรบ้าง
    ตอนที่ Steiner ให้ตั้งอนุบาลวอลดอร์ฟแห่งแรก ..Steiner ได้บอกไว้แค่ 4 อย่าง
    1. Observe the Children : สังเกตเด็ก
    2. Meditate : ทำสมาธิ / ภาวนา
    3. Follow your intuition / inner known : ใช้สัญชาตญาณ หรือการหยั่งรู้ภายใน
    4. Be on the path of development : อยู่ในเส้นทางของการพัฒนาตัวเอง
  • Teacher is a tool, children is the curriculum.
    โรงเรียนวอลดอร์ฟไม่มีหลักสูตร เด็กๆ จะบอกเราเองว่าเขาต้องการอะไร ดังนั้นเด็กๆ จึงเป็นหลักสูตรการเรียน
  • We always want to develop resilience in children.
    ล้มแล้วลุกได้ และเรียนรู้ด้วย จะได้ไม่ต้องทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  • A moving child is a learning child.
    เด็กที่เคลื่อนไหวคือเด็กที่กำลังเรียนรู้

    การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาสมอง

Ideas for isolating screens

  • เมื่อเด็กๆ เล่นมือถือก่อนนอน
    เด็กๆ ติดมือถือก่อนนอน ก็เลยซื้อหนังสือนิทานวอลดอร์ฟให้ผู้ปกครองทุกคนอ่านให้เด็กๆ ฟังก่อนนอน
  • ตัวอย่างกิจกรรมที่ชวนเด็กๆ ทำ
    ชวนเดินเล่นในสวน ดูเป็ดไก่ ดูพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตก • ระบายสี เล่านิทานให้ฟัง นวด • จัดโต๊ะ ชวนทำอาหาร ชวนประดิษฐ์สิ่งของ
  • กำหนดช่วงเวลาตอบแชท
    กำหนดช่วงเวลาว่าจะตอบแชทได้ตอนบ่าย 3-4 โมง พร้อมกับบอกเพื่อนหรือที่ทำงานให้รู้ด้วย
  • ช่วงเวลาที่อยู่กับเด็กๆ
    ตอนที่เลือกแล้วว่าจะให้เวลากับเด็กๆ หรือเล่นกับเด็ก (กรณีมีเด็กคนเดียว) เอามือถือไปวางไกลๆ แล้วให้เวลาเด็กเต็มที่
  • ตอนเย็นจะไปทำสวน แทนที่จะเล่น social media
    ตอนเย็น แทนที่จะจะเล่น social media จะไปทำสวน หรือสิ่งอื่นๆ แทน
  • ในห้องนอน
    นอนไปพร้อมลูก • ชาร์จมือถือไว้อีกมุมห้อง • ใช้นาฬิกาปลุก ที่ไม่ใช่มือถือ
  • ไม่วางมือถือบนโต๊ะกินข้าว
    ก่อนทานข้าว วางมือถือไว้ที่ที่กำหนดไว้ แล้วค่อยมานั่งทานข้าวด้วยกัน

6 Exercises

แบบฝึกหัดสำหรับพัฒนาตัวเอง 6 อย่าง โฟกัสเดือนละอย่าง ทำทุกวันตลอดเดือน
พวกเราเริ่มทำเดือน เม.ย. 2566 หลังเรียนจบเทอมเลยค่ะ

8 Exercises

แบบฝึกหัดสำหรับพัฒนาตัวเอง 8 อย่าง ทำวันละอย่าง
เพื่อส่งเสริมการคิดให้ชัด พูดให้กระจ่าง

  • 8 Exercises : 8 Right things
    { The Eight-Fold Path }
    คิดให้ชัด เหมาะสม และพูดให้กระจ่าง


    แบบฝึกหัดสำหรับพัฒนาตัวเอง 8 อย่าง ทำวันละอย่าง
    ช่วยเปิดจักระคอได้
  • 🪐 Saturday : Right Thought
    วันเสาร์ : คิดอย่างเหมาะสม

    • ใส่ใจในความคิดของเรา คิดเฉพาะเรื่องสำคัญ
    • แยกความรู้สึกกับความจริงออกจากกันได้ แยกแยะความคิดที่เป็นแก่นสารออกจากที่ไร้แก่นสาร

    ขณะฟัง
    • ให้ภายในเงียบสนิท
    • เว้นจากการคาดหวังว่าความคิดเห็นของผู้อื่นจะสอดคล้องกับเรา ละเว้นการวิจารณ์แม้ในความคิดและความรู้สึก
  • ☀️ Sunday : Right Judgement
    วันอาทิตย์ : มีดุลพินิจที่ถูกต้อง

    • ไม่ด่วนตัดสิน/ตัดสินใจ มองให้รอบ
    • ก้าวข้ามความชอบไม่ชอบ
    • เมื่อเรามั่นใจแล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ก็ต้องยึดมั่นในการตัดสินใจนั้นอย่างแน่วแน่มั่นคง
  • 🌙 Monday : Right Word
    วันจันทร์ : มีคำพูดที่เหมาะสม

    • พูดเฉพาะสิ่งที่มีความหมาย
    • ไม่พูดมากเกินหรือน้อยเกิน
    • ไตร่ตรอง พิจารณาถึงทุกแง่มุม ก่อนพูดออกมา

    ขณะฟัง
    • ฟังก่อน แล้วค่อยสะท้อนสิ่งที่เพิ่งถูกพูดออกมา
  • ⚪ Tuesday : Right Action
    วันอังคาร : การกระทำชอบ

    • การกระทำของเราส่งผลต่อผู้คนรอบตัวเราอย่างไร
    • สิ่งที่เราทำ กลมกลืนกับสิ่งที่ดำเนินอยู่ไหม รบกวนใครหรือเปล่า
    • พิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนจะสนองสถานการณ์ เพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์ทั้งมวล ตลอดไป
    • ประเมินอย่างถี่ถ้วนถึงผลของการกระทำก่อน
  • 🌑 Wednesday : Right Organization
    วันพุธ : จัดการชีวิตอย่างเหมาะสม

    เราจัดการชีวิตของเราอย่างไร ไม่ให้เร่งรีบเกิน ไม่ขี้เกียจเกิน เพื่อจะได้มีความก้าวหน้าในชีวิต + มีเวลาสะท้อนตัวเอง

    มองชีวิตว่าเป็นหนทางการทำงานเพื่อยกระดับจิตใจและประพฤติตามนั้น
  • 🌟 Thursday : Right Effort
    วันพฤหัส : เพียรพยายามอย่างเหมาะสม

    • เราได้ดำเนินชีวิตเพื่อเป้าหมายที่สูงขึ้นไหม เราพูดและทำในสิ่งเดียวกันไหม
    • ไม่ควรทำอะไรที่เกินความสามารถของเรา แต่ไม่ควรละเว้นไม่ทำสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้
    • พยายามพัฒนาตนเองจนภายหลังสามารถที่จะช่วยเหลือและแนะนำผู้อื่น แม้ว่าอาจจะยังทำไม่ได้ในอนาคตอันใกล้ก็ตาม
  • 🌕 Friday : Right Memory
    วันศุกร์ : ระลึกชอบ
    (จดจำได้ว่าเรียนรู้อะไรจากประสบการณ์)


    • พยายามเรียนรู้ให้มากที่สุดจากชีวิต เราเรียนรู้ได้จากทุกคน หากเราใส่ใจพอ
    • เราเรียนรู้จากประสบการณ์ และจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ไหม
    • หากเราทำสิ่งใดพลาดหรือบกพร่อง จงให้มันกลายเป็นเครื่องจูงใจเราทำมันให้ดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้นในภายหลัง
  • 🪞Reflect : สะท้อนตัวเอง เป็นระยะ
    หันมองภายในจิตเป็นระยะ แม้จะเพียงชั่วห้านาทีในแต่ละวัน ณ เวลาเดียวกัน

    • หรือมองเข้าไปในตัวเอง และย้อนมองว่าใน 7 วันที่ผ่านมา เราปฏิบัติแต่ละแบบฝึกหัดเป็นอย่างไรบ้าง

    • ในการทำเช่นนี้เราควรจมลึกลงสู่ตัวเอง หารือกับตัวเองอย่างถี่ถ้วน ทดสอบและสร้างหลักการของชีวิตของเรา
    • คิดทบทวนว่าเรารู้หรือไม่รู้อะไร ชั่งประเมินหน้าที่ ความบกพร่องของเรา

    : อย่าหลงผิดคิดว่าเราทำสิ่งใดได้ดีแล้ว แต่ให้พยายามทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

เพจและเว็บไซต์ ที่เกี่ยวกับวอลดอร์ฟ

Anthroposophical Group in Thailand

ติดตามข่าวสารในแวดวงมนุษยปรัชญา

เรียนรู้จากมนุษยปรัชญา

เนื้อหาสาระพื้นฐานมนุษยปรัชญา
จัดทำโดยทีมงานปัญโญทัย ในนามชมรมมนุษยปรัชญา ประเทศไทย

อนุบาล / บ้านเรียน แนววอลดอร์ฟ

อนุบาลบ้านรัก

ซ.สุขุมวิท 40 พระโขนง-เอกมัย

รับสมัครเด็ก 1 ขวบครึ่ง – 6 ขวบ

Waldorf kindergarten

โรงเรียนไตรพัฒน์

อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

รับสมัครเด็ก 3 ขวบครึ่ง – 18 ปี

Waldorf school

โรงเรียนปัญโญทัย

ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 32 (แยก 10)
เขตสายไหม กทม.

รับสมัครเด็ก 3 ขวบครึ่ง – 18 ปี

Waldorf school

ศูนย์การเรียนศิริ์รัถยา

ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 32 (แยก 10)
เขตสายไหม กทม.

รับสมัครเด็ก 3 ขวบครึ่ง – ป.6

Waldorf learning center

โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะบางมด logo

โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ

อ.บางมด จ.กรุงเทพฯ

รับสมัครเนอสเซอรี่ – มัธยม

Waldorf school

ศูนย์การเรียนฮอมขวัญ

ศูนย์การเรียนฮอมขวัญ

อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

รับสมัครเนิร์สเซอรี่ (2 ขวบขึ้นไป) ถึง มัธยม 2

Waldorf learning center

ศูนย์การเรียนอาภา เชียงใหม่

ศูนย์การเรียนอาภา

อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

รับสมัครเด็ก 3 ขวบ – ม.6

Waldorf-inspired

บ้านเรียนแสนสุข
ดินแดนแห่งรักและความสุข

อ.เมือง จ.นครราชสีมา

รับสมัครเด็ก 2-6 ขวบ

Waldorf-inspired

ศูนย์การเรียน Kinder+Garten และบ้านจิตร่มเย็น

อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

รับสมัครเด็ก 2-6 ขวบ

Waldorf-inspired